อัลติเมท พลัส ซัพพลาย | ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล และ อุปกรณ์เซฟตี้ ครบวงจร
เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ AED เป็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจและแนะนำให้ปล่อยกระแสไฟฟ้าเมื่อจำเป็น การเริ่มทำ CPR และนำ เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ AED มาใช้อย่างรวดเร็วช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้ บทความนี้จึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งาน การดูแลแบตเตอรี่และแผ่นนำไฟฟ้า ตำแหน่งติดตั้ง และข้อกำหนดตามกฎหมายไทย เพื่อให้ผู้ดูแลสถานที่และประชาชนทั่วไปเข้าใจวิธีเตรียมพร้อมและใช้งานเครื่องได้อย่างถูกต้อง
AED ย่อมาจาก Automated External Defibrillator หรือเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ ใช้ตรวจวิเคราะห์จังหวะหัวใจของผู้ที่หมดสติและไม่หายใจตามปกติ หากพบจังหวะหัวใจที่แก้ไขได้ด้วยไฟฟ้า เครื่องจะแนะนำให้ผู้ช่วยเหลือกดปุ่มปล่อยกระแสไฟฟ้า หรือทำงานอัตโนมัติตามรูปแบบของเครื่อง ตัวเครื่อง AED จะไม่ปล่อยกระแสไฟฟ้าหากวิเคราะห์แล้วว่าไม่จำเป็น
เครื่อง AED สามารถใช้ได้โดยบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ พนักงานที่ผ่านการอบรม และประชาชนทั่วไป ผู้ใช้ควรโทรแจ้งสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 เริ่มทำ CPR และปฏิบัติตามเสียงหรือภาพแนะนำจากเครื่อง
คนทั่วไปสามารถใช้ AED ได้ เพราะเครื่องออกแบบให้มีขั้นตอนชัดเจนและวิเคราะห์จังหวะหัวใจก่อนปล่อยกระแสไฟฟ้า หากพบผู้หมดสติและไม่หายใจตามปกติ ไม่ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องเพียงเพราะไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์
AED สามารถใช้กับเด็กได้ โดยควรใช้แผ่นนำไฟฟ้าสำหรับเด็กหรือเปิดโหมดเด็กตามคำแนะนำของผู้ผลิต โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปีหรือน้ำหนักต่ำกว่า 25 กิโลกรัม
หากไม่มีแผ่นสำหรับเด็ก ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเครื่องและแนวทางการช่วยชีวิตฉุกเฉิน โดยติดแผ่นไม่ให้สัมผัสหรือทับกัน
ใช้ได้ แต่ต้องนำผู้ป่วยขึ้นจากน้ำและวางในบริเวณที่ปลอดภัยก่อน เช็ดหน้าอกให้แห้งแล้วจึงติดแผ่นนำไฟฟ้า ไม่ควรใช้ AED ขณะผู้ป่วยยังอยู่ในน้ำหรือมีน้ำขังรอบตัว
ระหว่างเครื่องวิเคราะห์จังหวะหัวใจและปล่อยกระแสไฟฟ้า ห้ามผู้ช่วยเหลือสัมผัสตัวผู้ป่วย
การอบรม CPR และ AED ช่วยให้ผู้ใช้ประเมินอาการ กดหน้าอก ติดแผ่น และปฏิบัติตามขั้นตอนได้อย่างมั่นใจ จึงควรจัดอบรมให้ผู้รับผิดชอบในสถานที่ติดตั้ง
อย่างไรก็ตาม หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ที่ไม่เคยอบรมก็สามารถใช้ AED ได้ โดยโทร 1669 เปิดเครื่อง และปฏิบัติตามคำแนะนำจากเครื่องทันที
แบตเตอรี่ AED โดยทั่วไปมีอายุประมาณ 2–5 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่น สภาพการจัดเก็บ การทดสอบตัวเองของเครื่อง และจำนวนครั้งที่ใช้งาน ควรตรวจไฟหรือสัญลักษณ์แสดงสถานะเป็นประจำ และเปลี่ยนเมื่อเครื่องแจ้งเตือนหรือถึงวันหมดอายุที่ผู้ผลิตกำหนด
แผ่นนำไฟฟ้าต้องเปลี่ยนหลังใช้งานทุกครั้ง รวมถึงเมื่อเปิดหรือพบว่าซองชำรุด แผ่นแห้ง หรือถึงวันหมดอายุ แผ่นส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 2–5 ปีตามรุ่นและผู้ผลิต
ควรตรวจวันหมดอายุของแผ่นสำหรับผู้ใหญ่และเด็กแยกกัน พร้อมเตรียมชุดใหม่ให้พร้อมใช้งานเสมอ
ควรติดตั้ง AED ในจุดที่มองเห็นง่าย เข้าถึงได้รวดเร็ว และไม่มีสิ่งกีดขวาง เช่น ทางเข้า จุดประชาสัมพันธ์ โถงกลาง หรือบริเวณที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก พร้อมติดสัญลักษณ์ AED และป้ายบอกทางอย่างชัดเจน
จุดติดตั้งควรป้องกันความร้อน ความชื้น และแสงแดดตามข้อกำหนดของผู้ผลิต ไม่ควรเก็บเครื่องไว้ในห้องล็อกหรือบริเวณที่ต้องขออนุญาตก่อนเข้าถึง
กฎกระทรวง ฉบับที่ 69 พ.ศ. 2564 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร กำหนดข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการติดตั้ง AED สำหรับอาคารสูงหรืออาคารขนาดใหญ่พิเศษที่เป็นอาคารสาธารณะ โดยทั่วไป อาคารสูงหมายถึงอาคารที่สูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป และอาคารขนาดใหญ่พิเศษหมายถึงอาคารที่มีพื้นที่รวมทุกชั้นตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป
การติดตั้งต้องเป็นไปตามมาตรฐานของคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เช่น อยู่ในจุดที่มองเห็นและเข้าถึงง่าย มีเครื่องหมายและป้ายบอกทาง รวมถึงได้รับการตรวจดูแลให้พร้อมใช้งาน
ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าอาคารทุกแห่งต้องติดตั้ง AED เหมือนกัน เจ้าของอาคารควรตรวจสอบประเภท ขนาด และการใช้งานของอาคารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง