อัลติเมท พลัส ซัพพลาย | ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล และ อุปกรณ์เซฟตี้ ครบวงจร

เช็กลิสต์ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ

เช็กลิสต์ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ

กฎหมายและข้อบังคับในการทำงานที่อับอากาศ
เช็กลิสต์ความปลอดภัยในการทำงานในที่อับอากาศ
🔹 1. การระบุและจัดประเภทพื้นที่

– มีการ ระบุพื้นที่ที่เป็นที่อับอากาศ อย่างชัดเจน (เช่น ถัง, ท่อ, บ่อ, ห้องใต้ดิน ฯลฯ)
– มี ป้ายเตือน “พื้นที่อับอากาศ ห้ามเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต” ติดตั้งชัดเจน
– มี บัญชีรายชื่อพื้นที่อับอากาศ และ การประเมินความเสี่ยง ของแต่ละพื้นที่

🔹 2. การอบรมบุคลากร

– บุคลากรทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้องผ่านการอบรมจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตจากกรมสวัสดิการฯ
– มีการอบรม ผู้อนุญาต, ผู้ควบคุมการทำงาน, ผู้ปฏิบัติงาน, และ ผู้ช่วยเหลือ/เฝ้าระวัง
– มีการ อบรมทบทวนทุก 3 ปี ตามกฎหมาย

🔹 3. ระบบใบอนุญาตเข้าทำงาน (Confined Space Entry Permit)

– ทุกครั้งก่อนเข้าพื้นที่อับอากาศ ต้องออกใบอนุญาตโดย “ผู้อนุญาต”
– ใบอนุญาตระบุรายละเอียดครบ เช่น

  • ชื่อผู้ปฏิบัติงาน
  • วันและเวลาทำงาน
  • ผลการตรวจวัดอากาศ
  • อุปกรณ์ป้องกันที่ใช้

ชื่อผู้อนุญาต / ผู้ควบคุม / ผู้เฝ้าระวัง
– ใบอนุญาตมีอายุจำกัด (เช่น 1 วัน หรือจนกว่างานเสร็จ)

🔹 4. การตรวจวัดอากาศ

– ตรวจวัด ก่อนเข้า และ ระหว่างการทำงาน
ตรวจวัดค่าต่อไปนี้:

  • ออกซิเจน (ต้องอยู่ระหว่าง 19.5–23.5%)
  • ก๊าซไวไฟ (ไม่เกิน 10% LEL)
  • ก๊าซพิษ เช่น H₂S, CO, CO₂ ตามมาตรฐาน
    – ใช้ เครื่องตรวจวัดที่สอบเทียบแล้ว (Calibration)
    – บันทึกผลการตรวจวัดไว้ในเอกสาร

 

🔹 5. อุปกรณ์และเครื่องมือความปลอดภัย PPE ครบถ้วน เช่น

– หน้ากากกรองอากาศหรือเครื่องช่วยหายใจ

– ชุดกันสารเคมี

– เข็มขัดนิรภัยพร้อมเชือก

– หมวกนิรภัย, ถุงมือ, รองเท้านิรภัย
มี ระบบระบายอากาศ (Ventilation)
มี เครื่องช่วยยก-ดึงร่างกาย (Tripod/Winch)
มี เครื่องติดต่อสื่อสาร ระหว่างผู้ทำงานกับผู้เฝ้าระวัง

🔹 6. ผู้เฝ้าระวัง (Standby / Attendant)

– ต้องอยู่ประจำที่ตลอดเวลาที่มีการทำงานในที่อับอากาศ
– ห้ามเข้าไปช่วยเหลือเองโดยไม่ได้รับอนุญาต
– มีอุปกรณ์สื่อสารพร้อมใช้งาน
– ผ่านการอบรมการช่วยเหลือฉุกเฉิน

🔹 7. การช่วยเหลือฉุกเฉิน

– มี แผนฉุกเฉินเฉพาะสำหรับงานในที่อับอากาศ
– มีการ ซ้อมแผนฉุกเฉินอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
– มี อุปกรณ์ช่วยชีวิต เช่น เชือก, ออกซิเจน, เปลหาม ฯลฯ
– ผู้ช่วยเหลือได้รับการฝึกอบรมด้านการช่วยชีวิต (Rescue Training)

🔹 8. การบันทึกและเอกสาร

– มีบันทึกการอบรม, ใบอนุญาต, ผลตรวจวัดอากาศ, รายงานซ้อมแผน
– เก็บรักษาเอกสารไว้อย่างน้อย 3 ปี
– มีการทบทวนและปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยเป็นประจำ

🔹 9. การตรวจสอบและทบทวน

– ผู้บริหาร/เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ตรวจสอบความพร้อมก่อนเริ่มงาน
– มีการประเมินความเสี่ยงซ้ำเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงงานหรืออุปกรณ์