อันตรายจากอาร์ค (Arc Flash)
ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานสำคัญในการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันและในสถานประกอบการ และไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย จนเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต
อันตรายจากอาร์ค (Arc Flash)
ไฟฟ้าเป็นแหล่งพลังงานสำคัญในการดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันและในสถานประกอบการ และไฟฟ้ายังเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย จนเกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิต อันตรายที่เกิดจากไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
1.ช๊อก หรือไฟฟ้าช๊อตหรือไฟดูด คืออาการที่เกิดขึ้นเมื่อมีกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านส่วนของร่างกาย อาจรู้สึกเพียงเล็กน้อย ส่งผลต่อกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ผิวหนังไหม้ จนถึงหัวใจหยุดเต้น
2. ไฟอาร์ค (Arc Flash) คือ การลัดวงจรที่ทำให้เกิดประกายไฟ โดยทำให้พลังงานแตกตัวออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งปลดปล่อยความร้อนออกมาพร้อมกับการมีแสงที่จ้า หลังจากนั้นจะทำให้เกิดการระเบิดขึ้นโดนมีอุณหภูมิสูงถึง 35,000 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 19,426 องศาเซลเซียส จะมีความดันที่รุนแรง และยังทำให้อุปกรณ์ภายในกระเด็นออกมา ทำให้เป็นอันตรายต่อบุคคลและทรัพย์สิน โลหะหลอมละลาย แผลไหม้จากประกายไฟ
3. ระเบิด เมื่อเกิดอาร์คไฟฟ้าขึ้น อากาศบริเวณโดยรอบจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างทันทีทันใด ทำให้อากาศเกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดความดันสูงประมาณ 100-200 ปอนด์ต่อตารางฟุต ความดันดังกล่าวสามารถทำให้เกิดการระเบิดได้ ซึ่งการอาร์คแต่ละครั้งไม่จำเป็นต้องเกิดการระเบิดเสมอไป แต่เมื่อเกิดการระเบิดแล้วส่วนใหญ่ผู้ประสบอุบัติเหตุอาจได้รับบาดเจ็บทางกายภาพอย่างรุนแรง จนถึงเสียชีวิตได้ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจจะเกิดเหตุเพียงช่วงวินาทีเดียวเท่านั้น
พื้นที่ในการเข้าทำงาน แบ่งเป็น ขอบเขตอาร์ก, พื้นที่จำกัดการเข้าใกล้ และพื้นที่เข้มงวดการเข้าใกล้ ซึ่งความหมายของนิยามทั้ง 3 นี้ มาจากมาตรฐาน NFPA 70E 2015
พลังงานที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่า พลังงานอินซิเดนซ์ (Incident) แสดงให้เห็นว่าค่าพลังงานล้วนทีความเกี่ยวข้องกับ ระดับแรงดันไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้าลัดวงจร, กระแสอาร์ก, ระยะห่างในการปฏิบัติงาน และเวลาที่ใช้ในการตัดวงจร หน่วยวัดพลังงานคือ แคลอรีต่อตารางเซนติเมตร (cal/cm2) การบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้มีการกำหนดอันตรายอยู่ 3 แบบ ได้แก่ ระดับ 1, 2 และ 3 สำหรับในงาน Arc Flash แผลไหม้ในระดับที่ 2 คือ บริเวณที่มีพลังงานอินซิเดนซ์เท่ากับ 1.2 cal/cm2 ทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องมีการสวมใส่ชุดป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน
มาตรฐานความปลอดภัย
ในกฎหมายความปลอดภัยของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ OSHA มาตรา CFR 1910.269 และ NFPA 70E ตอนหนึ่งระบุไว้ว่า “ลูกจ้างจะต้องสวมเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติต้านทานเปลวไฟ เมื่อเข้าไปในพื้นที่ใดก็ตามที่มีความเสี่ยงจะได้รับอันตรายจากไฟอาร์ค” มีข้อมูลรายละเอียดกำหนดชนิดเสื้อผ้าและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล [Protective Clothing and Personal Protective Equipment (PPE)] สำหรับใช้ปกป้องอันตราย/ความเสี่ยงในแต่ละระดับ HRC หน่วยวัดพลังงานเกิดจากไฟอาร์ค ได้แก่ “แคลอรี” (Calories) พลังงานเพียง 1-2 แคลอรี่ต่อตารางเซนติเมตรสามารถทำให้เกิดการไหม้ระดับที่สอง (Second-degree Burn) ที่ตัวช่างไฟฟ้าหรือช่างซ่อมบำรุง อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลหรือเสื้อผ้าป้องกันเปลวไฟอาจเลือกให้เกินระดับ HRC แต่จะต้องไม่ต่ำกว่า HRC ของแต่ละงานที่ระบุไว้
ป้ายแจ้งเตือน
ป้ายแจ้งเตือนเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น และเสดงข้อที่ควรทราบในการเข้าทำงาน สำหรับรูปแบบของป้ายแจ้งเตือนตามมาตรฐาน ANSI Z535.4 ตัวป้ายจะมีเนื้อหาทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เพื่อให้ผู้ใช้งานรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าใจในความหมายของป้ายเตือน ส่วนเนื้อหาที่กำหนดที่ต้องใส่ลงในป้ายแจ้งเตือน จะอ้างอิงตามมาตรฐาน NFPA 70E 2015
จากตัวอย่างป้ายทำให้ผู้ปฏิบัติงานทราบถึงข้อมูลก่อนทำงาน 42BFE ต้องเตรียมอุปกรณ์สำหรับป้องกันอันตรายส่วนบุคคลระดับ 2 ในการเข้าทำงาน
ความเสี่ยงอันตรายจากไฟอาร์ค (Arc Flash) สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขณะที่ปฏิบัติงานกับไฟฟ้า ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้ประกอบการที่ต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมที่สุดกับการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น
จัดทำโดย บริษัท อัลติเมท พลัส ซัพพลาย จำกัด
www.ultimateplusonline.com


