แคดเมียม (Cadmium) คืออะไร อันตรายอย่างไร
ป้องกันแคดเมียม (Cadmium) ได้อย่างไร หน้ากาก N95 หรือ KN95, ถุงมือไนไตรป้องกันสารเคมี เเละชุดหมี PPE Coverall
แคดเมียม (Cadmium) คืออะไร
แคดเมียม (Cadmium) เป็นโลหะหนักสีขาวเงิน มีเลขอะตอม 48 และมีสัญลักษณ์ทางเคมีว่า Cd
แคดเมียม เป็นธาตุโลหะหนักชนิดหนึ่งในกลุ่มโลหะทรานซิชัน มีคุณสมบัติเป็นโลหะสีขาวเงินวาว มีความเหนียวและความแข็งปานกลาง สามารถนำไฟฟ้าและนำความร้อนได้ดี มีจุดหลอมเหลวที่ 321°C และจุดเดือดที่ 765°C
แหล่งสำคัญของแคดเมียมในธรรมชาติ ได้แก่ แร่สังกะสีซึ่งจะมีแคดเมียมเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย การผลิตโลหะนอนเฟอร์รัสจึงเป็นแหล่งกำเนิดของแคดเมียมที่สำคัญ นอกจากนี้ แคดเมียมยังถูกนำมาใช้ผสมโลหะในการผลิตแบตเตอรี่นิกเกิลแคดเมียม เนื่องจากมีศักยไฟฟ้าค่อนข้างสูง
การใช้ประโยชน์จากแคดเมียม มีการทำไปใช้ในอุตสาหกรรม ดังนี้
1. ถ่านไฟฟ้า (3 ใน 4 ส่วน) แคดเมียมเป็นองค์ประกอบหลักในถ่านไฟฟ้าชนิดนิกเกิล-แคดเมียม (Ni-Cd) ซึ่งนิยมใช้ในอุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป เครื่องมือไร้สาย ฯลฯ
2. สีผง สารเคลือบ และโลหะชุบ (1 ใน 4 ส่วน) แคดเมียมใช้เป็นเม็ดสีในสีผง สารเคลือบ โลหะชุบ และพลาสติก ช่วยเพิ่มความคงทนต่อแสงแดด ความร้อน และการกัดกร่อน
3. อื่นๆ
- นำมาใช้ในการชุบโลหะ ใช้แคดเมียมเคลือบบนแผ่นเหล็ก ทองแดง อะลูมิเนียม ชุบด้วยไฟฟ้า (Electroplating) โลหะที่ได้จากการชุบนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องบิน รถยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วิทยุ
- ใช้ผสมกับโลหะอื่น เป็นโลหะผสม (Alloy) เพิ่มความเหนียวและทนทานต่อการสึกกร่อน
- · ใช้ร่วมกับโลหะนิกเกิล (Nickel) ทำแบตเตอรี่ที่สามารถประจุไฟได้ใหม่ เช่น แบตเตอรี่เครื่องคิดเลข
- · ใช้เป็นเม็ดสีในอุตสาหกรรม
· สารประกอบแคดเมียมใช้ทำสารกำจัดเชื้อรา สารกำจัดแมลง สารกำจัดหนอน - · ใช้ในการผลิตหลอดฟลูออเรสเซ็นส์
ข้อควรระวัง: แคดเมียมเป็นโลหะหนักที่มีพิษ การสัมผัสแคดเมียมในปริมาณมากอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ไต กระดูก และระบบประสาท
แคดเมียมก่อโรค กระทบสุขภาพ
หากแคดเมียมถูกความร้อนที่ 321 องศาเซลเซียส จะเกิดเป็นควันกระจายสู่สิ่งแวดล้อม เมื่อร่างกายสูดดมเข้าไป จะทำให้เกิดการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย มีปวดศีรษะ กล้ามเนื้อ ปวดท้อง ปอด ไต และตับ จะถูกทำลาย ถ้าหากหายใจควันเข้าไปในปอด จะมีอาการเจ็บคอ หายใจสั่น มีเสมหะเป็นเลือด น้ำหนักลด โลหิตจาง การหายใจจะลำบากมากขึ้นจนถึงขั้นระบบหายใจล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด
“แคดเมียมออกไซด์” เป็นสารก่อมะเร็งที่ไตและต่อมลูกหมาก นอกจากนั้นยังทำอันตรายต่อไตเกิดโรคไตอย่างรุนแรง ทำให้สูญเสียประสาทการดมกลิ่นและทำให้ เลือดจาง ถ้าได้รับปริมาณมากระยะสั้นๆ จะมีอาการจับไข้ หนาวๆ ร้อนๆ ปวดศีรษะ อาเจียน อาการนี้จะเป็นได้นานถึง 20 ชั่วโมงแล้วตามด้วยอาการเจ็บหน้า อก ไอรุนแรง น้ำลายฟูม ดังนั้น เมื่อใดมีไอของแคดเมียม เช่น จากการเชื่อมเหล็กชุบ ควรใช้หน้ากากป้องกันไอและฝุ่นของแคดเมียม หรือสารประกอบแคดเมียม ในขณะทำงาน
แคดเมียมปนเปื้อนในอากาศ – อาหาร
มนุษย์จะได้รับแคดเมียมจากอาหาร อากาศ น้ำ และจากใบยาสูบ สําหรับผู้ไม่สูบบุหรี่ แหล่งทีมาที่มนุษย์รับสารแคดเมียมเข้าสู่ร่างกายที่ สําคัญ คือ จากการบริโภคอาหาร เนื่องจากส่วนประกอบของอาหาร เช่น พืช ผักจะสะสมแคดเมียมในปริมาณสูงถ้าปลูกในดินที่ มีการปนเปื้อนของแคดเมียม หรือใช้น้ำจากแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนแคดเมียมรด ทั้งนี้เพราะพืชสามารถดูดซึมแคดเมียมไว้ได้ดีกว่าโลหะอื่นๆ
นอกจากนั้น อาหารทะเลที่ได้จากแหล่งน้ำที่มีการปนเปื้อนของสารแคดเมียม เช่น ได้จากทะเลที่ใกล้แหล่งอุตสาหกรรม
ส่วนผู้ประกอบอาชีพในโรงงานอุตสาหกรรมจะได้รับแคดเมียมเข้าสู่ร่างกายทางหายใจในรูปของฝุ่นหรือควัน ถ้ามีการปนเปื้อนของแคดเมียมที่มือหรือผู้สูบบุหรี่ในขณะทํางานอาจเข้าทางปากได้
ป้องกันแคดเมียมได้อย่างไร
- ใส่หน้ากาก เช่น หน้ากาก N95 ป้องกันไอระเหยจากสารเคมีโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการหายใจเอาไอของแคดเมียมเข้าสู่ร่างกาย
- ใส่ถุงมือตลอดเวลาในขณะปฎิบัติงาน
- ชุดหมีป้องกัน (PPE Cover) ป้องกันร่างกาย
- ล้างมือและทำความสะอาดร่างกายหลังการทำงานทุกครั้ง
การรักษาเบื่องต้น
หากร่างกายได้รับแคดเมียมจากการ บริโภคอาหาร ให้ปฏิบัติดังนี้ ดื่มนมหรือบริโภคไข่ที่ตีแล้ว เพื่อลดการระคายเคืองของทางเดิน อาหาร หรืออาจทําให้ถ่ายท้องด้วย Fleet’s Phosphosoda (เจือจาง 1:4 ด้วยนํ้า) 30-60 มิลลิกรัม เพื่อลดการดูดซึมแคดเมียม
ข้อมูลจาก : สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม, กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, TNN, Thai PBS


