อัลติเมท พลัส ซัพพลาย | ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล และ อุปกรณ์เซฟตี้ ครบวงจร

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ถุงมือนิรภัยป้องกันบาด

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ถุงมือนิรภัยป้องกันบาด

การสวมถุงมือเซฟตี้ เป็นการสวมถุงมือเพื่อไว้ใช้สำหรับการป้องกันมือ รวมไปถึงเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลที่ดีขึ้น แต่ถ้าหากขาดความรอบคอบ หรือระมัดระวัง ถุงมือเซฟตี้ ก็อาจจะส่งผลร้ายต่อผู้สวมใส่ได้ เช่น ถุงมือเซฟตี้ ที่ขาดชำรุด หรือสวมถุงมือขนาดไม่พอดีกับฝ่ามือ ก็อาจจะพันเข้าไปติดกับอุปกรณ์ เครื่องจักร ทำให้เกิดการดึงหรือกระชาก มือของผู้ปฏิบัติงานเข้าไปได้ หรือแม้แต่การใช้ ถุงมือเซฟตี้ที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ เช่น หน้างานที่มีการบาดคม จากวัสดุที่ใช้ในการทำงาน การเสียดสี การบาดเฉือน จากอุบัติเหตุจากการทำงาน หากสวมถุงมือประเภทกันบาดคม จะสามารถช่วยลดแรง หรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว ให้กับผู้ใช้งานได้


ถุงมือนิรภัย มีหน้าที่อย่างไร

คนส่วนใหญ่ทั่วไปในปัจจุบัน ต้องใช้ชีวิตในที่ทำงานมากกว่าที่บ้าน และหลายๆ คนที่ประกอบอาชีพในโรงงานอุตสาหกรรม หรือในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ส่วนใหญ่ล้วนแล้วจะต้องมีมาตรการความปลอดภัย เพื่อปกป้องรักษาชีวิต และทรัพย์สิน จากอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นการสวมหมวกนิรภัย แว่นตานิรภัย ชุดป้องกันร่างกาย รองเท้าเซฟตี้ หรือการสวม ถุงมือเซฟตี้ เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการสวมถุงมือเซฟตี้ นั้นมีให้เลือกหลายแบบขึ้นอยู่กับลักษณะหน้างาน ซึ่งการใช้งานถุงมือเซฟตี้ ก็จะแตกต่างกันออกไป และประเภทของถุงมือเซฟตี้ ก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปด้วย เราควรจะเลือกถุงมือที่ใช้งานให้เหมาะสม และถูกประเภท เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ที่สวมใส่ก่อนเป็นลำดับแรก


เลือกใช้ถุงนิรภัย ที่มีคุณภาพ

การสวมถุงมือเซฟตี้ เป็นการสวมถุงมือเพื่อไว้ใช้สำหรับการป้องกัน เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลที่ดีขึ้น แต่ถ้าหากขาดความรอบคอบ หรือระมัดระวัง ถุงมือเซฟตี้ ก็อาจจะส่งผลร้ายต่อผู้สวมใส่ได้ เช่น ถุงมือเซฟตี้ ที่ขาดชำรุด หรือสวมถุงมือขนาดไม่พอดีกับฝ่ามือ ก็อาจจะพันเข้าไปติดกับอุปกรณ์ เครื่องจักร ทำให้เกิดการดึงหรือกระชาก มือของผู้ปฏิบัติงานเข้าไปได้ หรือแม้แต่การใช้ ถุงมือเซฟตี้ที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ เช่น การใช้เครื่องมือจำพวก สว่านเจาะ, เครื่องใสไม้ หรือเครื่องกลึง ที่มีการเสียดสี ของเครื่องมือกับวัสดุที่สูงมาก จนอาจทำให้เกิดความร้อนสูง แต่เรากลับเลือกใช้ ถุงมือเซฟตี้ที่ไม่มีคุณสมบัติป้องกัน หรือทนทานต่อความร้อน เมื่อนำมาใช้งานจริงแล้ว ก็อาจจะส่งผลทำให้ผู้ใช้ ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติงาน รวมไปถึงลักษณะหน้างานที่มีการบาดคม จากวัสดุที่ใช้ในการทำงาน การเสียดสี การบาดเฉือน จากอุบัติเหตุจากการทำงาน หากสวมถุงมือประเภทกันบาดคม จะสามารถช่วยลดแรง หรือความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว ให้กับผู้ใช้งานได้


คุณสมบัติของถุงมือกันบาด (Cut Resistant Gloves)

ถุงมือกันบาด เป็นอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment, PPE) ที่ใช้สำหรับสวมใส่มือ เพื่อป้องกันอันตรายจากการบาดเฉือน การตัด การเจาะทะลุ หรือการขีดข่วนได้ เป็นถุงมือเซฟตี้อีกรูปแบบที่ได้พัฒนา เพื่อรองรับผู้ปฏิบัติงานที่มีการสัมผัสกับของมีคม ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงอันตรายต่อมือและนิ้ว ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น งานตัดที่ใช้มีดคัตเตอร์ กรรไกร หรืองานเคลื่อนย้ายกระจก แผ่นเหล็ก และแผ่นกระเบื้อง เป็นต้น ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานต่อได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ถุงมือกันบาดนิยมสวมใส่ตั้งแต่ในงานทั่วไปจนถึงระดับงานอุตสาหกรรมกันอย่างแพร่หลาย และทั้งนี้ถุงมือกันบาดยังมีให้เลือกอีกหลายแบบ รวมถึงคุณสมบัติพิเศษอื่นเพิ่มเติมอีก เช่น ถุงมือเสริมใยสแตนเลส ถุงมือเสริมวัสดุเพิ่มความแข็งแรงกันทิ่มทะลุ ถุงมือกันบาดเสริมกันกระแทก ถุงมือกันบาดระดับ 1-5 ถุงมือกันบาดเคลือบยางป้องกันลื่น ฯลฯ

มาตรฐานถุงมือกันบาด

ถุงมือกันบาดที่นิยมใช้กันในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะเป็นถุงมือกันบาดที่มาพร้อมกับเครื่องหมายมาตรฐาน EN388 ซึ่งเป็นมาตรฐานถุงมือของสหภาพยุโรป และเป็นรหัสแยกมาตรฐานของประเภทถุงมือนิรภัย โดยถุงมือที่ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐาน EN388 จัดอยู่ในประเภทถุงมือสำหรับป้องกันอันตรายจากงานเครื่องจักรกล ทั้งนี้ในปัจจุบันมาตรฐาน EN388 ได้พัฒนาการตรวจสอบคุณภาพและทดสอบความทนทานเพิ่มขึ้น จึงทำให้มาตรฐานถุงมือของสหภาพยุโรปแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่
EN388 : 2003 เป็นมาตรฐานแบบเก่า ซึ่งจะประกอบไปด้วยตัวเลข 4 หลัก (EN388 abcd) เป็นเลขที่บ่งบอกถึงถุงมือได้ผ่านการทดสอบความทนทาน 4 ประเภท ได้แก่
1. การทนต่อการเสียด ระดับ 1 – 4
2. การทนต่อการบาดเฉือน (Coup Test) ระดับ 1 – 5
3. การทนต่อการฉีดขาด ระดับ 1 – 4
4. การทนต่อการเจาะทะลุ ระดับ 1- 4
ถ้าการทดสอบแต่ละประเภทยิ่งมีตัวเลขสูงขึ้นนั้นหมายถึงประสิทธิภาพความทนทานของประเภทนั้นๆ เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน หากค่าความทนทานประเภทใดถูกระบุเป็นสัญลักษณ์ X หมายถึงไม่ได้ผ่านการทดสอบหรือไม่รองรับการใช้งานประเภทนั้น

ปัจจุบันมีการอัพเดต EN388 : 2016 เป็นมาตรฐานแบบใหม่ โดยจะเพิ่มรหัสมาตรฐานจาก 4 หลัก (EN388 abcd) กลายเป็น 6 หลัก (EN388 abcdef) ซึ่งประกอบด้วยมาตรฐานการทดสอบความทนทาน 4 ประเภทเดิม และได้เพิ่มการทดสอบความทนทานมาอีก 2 ประเภท ได้แก่

1. การทนต่อการเสียด ระดับ 1 – 4

2. การทนต่อการบาดเฉือน Coup Test ระดับ 1 – 5

3. การทนต่อการฉีดขาด ระดับ 1 – 4

4. การทนต่อการเจาะทะลุ ระดับ 1 – 4

5. การทนต่อการบาดเฉือน TDM Test (ทดสอบตามมาตรฐาน IOS 13997) ใช้ตัวสัญลักษณ์ตัวอักษร A – F แทนค่าความทนทานเรียงตามอักษรจากน้อยไปมาก

6. การทนต่อแรงกระแทก ซึ่งจะใช้สัญลักษณ์ P แทน ได้ผ่านการทดสอบ และ F หรือ X แทน ไม่ผ่านการทดสอบหรือไม่รองรับการใช้งาน
ดังนั้นก่อนใช้ถุงมือกันบาดทุกครั้งควรตรวจสอบว่าถุงมือมีเครื่องหมายมาตรฐานหรือไม่ เพื่อมั่นใจได้ว่าคุณภาพของถุงมือที่เราสวมใส่ทำงานนั้นมีประสิทธิภาพในการป้องกัน และลดระดับความเสี่ยงอันตรายต่อมือของเราได้อย่างแน่นอน