อัลติเมท พลัส ซัพพลาย | ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล และ อุปกรณ์เซฟตี้ ครบวงจร

อุปกรณ์ป้องกันเสียง (Hearing Protection) ในงานอุตสาหกรรม

อุปกรณ์ป้องกันเสียง (Hearing Protection) ในงานอุตสาหกรรม

เสียงดังเป็นหนึ่งใน ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ที่พนักงานในงานอุตสาหกรรมมักเผชิญอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากเครื่องจักร, เครื่องยนต์, การตัดเจียรโลหะ, ค้อนลม, คอมเพรสเซอร์ หรือแม้กระทั่งเสียงการระเบิดในงานก่อสร้าง ซึ่งหากสัมผัสเสียงดังต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการป้องกัน จะส่งผลให้เกิด การสูญเสียการได้ยินจากการทำงาน (Noise-Induced Hearing Loss: NIHL) ซึ่งมักจะเป็นแบบ ถาวร ไม่สามารถฟื้นฟูการได้ยินให้กลับมาเหมือนเดิมได้ ด้วยเหตุนี้ อุปกรณ์ป้องกันเสียง (Hearing Protection Devices – HPDs) จึงมีความจำเป็นต่อความปลอดภัยและสุขภาพของคนทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีระดับเสียงเกิน 85 dB(A) ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานตามที่กฎหมายด้านความปลอดภัยแรงงานกำหนด

🎧 ประเภทของอุปกรณ์ป้องกันเสียง

ในงานอุตสาหกรรม อุปกรณ์ป้องกันเสียงที่นิยมใช้มีอยู่ 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Ear Plug (ที่อุดหู) และ Ear Muff (ที่ครอบหู) ซึ่งแต่ละแบบมีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

🔹 Ear Plug (ที่อุดหู)

ลักษณะ: เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็ก ใส่เข้าไปในช่องหู ทำจากวัสดุอ่อนนุ่ม เช่น โฟมอัด (foam), ซิลิโคน, ยางยืดหยุ่น

  • ข้อดี
    – มีขนาดเล็ก พกพาสะดวก น้ำหนักเบา
    – ราคาถูก เหมาะสำหรับการแจกให้พนักงานใช้จำนวนมาก
    – ให้การป้องกันเสียงได้สูง (NRR ประมาณ 20–33 dB หากใส่ถูกวิธี)
    – เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มี อุณหภูมิสูง เพราะไม่ทำให้หูร้อนเหมือน Ear Muff
  • ข้อจำกัด
    – ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ วิธีการใส่ หากใส่ไม่ถูกต้องจะกันเสียงได้น้อยมาก
    – ใช้ซ้ำได้ไม่บ่อย โดยเฉพาะแบบโฟมที่เป็น Disposable
    – อาจทำให้บางคนรู้สึกอับชื้น ระคายเคือง หรือมีปัญหาด้านสุขอนามัย หากไม่รักษาความสะอาด
    – ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องใส่-ถอดบ่อยๆ เพราะเสียเวลาในการใส่

ประเภทของ Ear Plug

  • โฟมอัดแบบใช้ครั้งเดียว (Disposable Foam Plug) → ต้องบีบโฟมก่อนใส่
  • ซิลิโคน/ยางแบบใช้ซ้ำได้ (Reusable Plug) → ล้างทำความสะอาดได้
  • Ear Plug แบบมีสาย (Corded Plug) → กันหาย เหมาะสำหรับงานที่ต้องใส่-ถอดบ่อย

🔹 Ear Muff (ที่ครอบหู)

ลักษณะ: คล้ายหูฟังครอบหู มีโครงคาดศีรษะและแผ่นบุโฟมอัดแนบกับใบหู

  • ข้อดี
    – ใช้งานง่ายมาก ใส่-ถอดสะดวก
    – มีขนาดใหญ่ มองเห็นชัด ช่วยให้หัวหน้างานตรวจสอบได้ง่ายว่าพนักงานใส่อุปกรณ์ป้องกันจริง
    – ให้ประสิทธิภาพการป้องกันเสียงที่สม่ำเสมอ (NRR ประมาณ 20–30 dB)
    – มีรุ่นที่ออกแบบให้ใช้ร่วมกับ หมวกนิรภัย (Helmet Mounted Ear Muff) สำหรับงานก่อสร้าง/งานโรงงาน
  • ข้อจำกัด
    – ขนาดใหญ่ พกพายาก
    – น้ำหนักมากกว่า Ear Plug และอาจทำให้รู้สึกอึดอัด
    – ในที่ทำงานที่อากาศร้อนหรือมีอุณหภูมิสูง อาจทำให้ผู้สวมใส่รู้สึก ร้อนและไม่สบายหู
    – ราคาสูงกว่า Ear Plug

 

📊 ตารางเปรียบเทียบ Ear Plug vs Ear Muff

คุณสมบัติEar Plug (ที่อุดหู)Ear Muff (ที่ครอบหู)
การป้องกันเสียง (NRR)สูง (20–33 dB) แต่ขึ้นอยู่กับการใส่ปานกลางถึงสูง (20–30 dB)
ความสะดวกในการใช้ต้องใช้ทักษะในการใส่ง่าย ใส่-ถอดรวดเร็ว
ความสบายเบา ไม่ร้อน แต่บางคนอาจอึดอัดหูอาจร้อน อึดอัด โดยเฉพาะในที่ร้อน
การใช้งานร่วมกับ PPE อื่นใช้ร่วมกับหมวกนิรภัย/แว่นได้ง่ายต้องเลือกแบบที่ติดกับหมวกนิรภัยได้
ราคาราคาถูก เหมาะแจกจำนวนมากราคาสูงกว่า
การบำรุงรักษาแบบโฟมใช้ครั้งเดียว, แบบซิลิโคนล้างได้ต้องทำความสะอาดบ่อย แผ่นบุเสื่อมสภาพได้

📌 การเลือกใช้งานที่เหมาะสม

85–95 dB(A) → ใช้ Ear Plug
95–105 dB(A) → ใช้ Ear Muff
เกิน 105 dB(A) → แนะนำใช้ Double Protection (Ear Plug + Ear Muff)

 

✅ แนวทางการใช้งานและบำรุงรักษา

  • การสอนวิธีใส่: ต้องมีการอบรมให้พนักงานใส่ Ear Plug/Ear Muff อย่างถูกต้อง
  • ตรวจสอบ NRR: เลือกอุปกรณ์ที่มีระดับการป้องกันเสียง (NRR) เหมาะสมกับระดับเสียงจริงในที่ทำงาน
  • การตรวจสุขภาพหู: ควรมีการตรวจการได้ยินประจำปี (Audiometric Test)
  • การเปลี่ยนอุปกรณ์:
    – Ear Plug โฟม → เปลี่ยนทุกครั้งหลังใช้งาน
    – Ear Plug ซิลิโคน → ล้างทำความสะอาดและเปลี่ยนเมื่อเสื่อม
    – Ear Muff → เปลี่ยนแผ่น Cushion และโฟมเมื่อแข็ง/แตก

 

🏭 บทสรุป

Ear Plug เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความคล่องตัว อุณหภูมิสูง และต้นทุนต่ำ
Ear Muff เหมาะกับงานที่ต้องใส่-ถอดบ่อย หรือกรณีที่พนักงานไม่ถนัดใส่ Ear Plug
และในงานที่เสียงดังมากกว่า 105 dB(A) ควรใช้ Ear Plug + Ear Muff ร่วมกัน เพื่อการป้องกันสูงสุด