อัลติเมท พลัส ซัพพลาย | ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์นิรภัยส่วนบุคคล และ อุปกรณ์เซฟตี้ ครบวงจร

ความแตกต่างระหว่างไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)

ความแตกต่างระหว่างไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)

ความแตกต่างระหว่างไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ทุกคนเคยสงสัยไหมครับว่ากระแสไฟฟ้าของเรามีกี่ประเภท? แล้วแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร? ทำไมเราถึงต้องใช้ต่างกัน? วันนี้น้องอัลตี้จะมาพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับไฟฟ้าที่เราใช้งานกันในปัจจุบันทั้งตามบ้านเรือน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เพื่อคลายข้อสงสัยให้กับทุกคนครับ

ปกติแล้วกระแสไฟฟ้าจะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ ไฟฟ้ากระแสสลับ หรือ “AC (Alternating Current)” และ ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ “DC (Direct Current)” โดยความแตกต่างจะมีดังนี้
1. ไฟฟ้ากระแสสลับ หรือ “AC (Alternating Current)” หมายถึงกระแสที่มีทิศทางไปและกลับตลอดระยะเวลา มีการสลับขั้วบวกและลบกันอย่างเป็นจังหวะ ทำให้เกิดคลื่นความถี่ของไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Sine Wave) ที่ส่งออกไปตามสายไฟ โดยคลื่นความถี่นั้น จะใช้หน่วยวัดเป็น เฮิร์ต (Heartz) หรือ 1 รอบต่อวินาที ไม่เหมือนกระแสตรง (direct current, DC หรือ dc) ที่ไฟฟ้าจะไหลไปในทิศทางเดียวและไม่ไหลกลับ เช่น ไฟฟ้าที่ได้จากถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ของรถยนต์ เป็นต้น

ไฟฟ้ากระแสสลับจึงเป็นไฟฟ้าที่เหมาะสำหรับบ้านเรือนหรือธุรกิจอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก ๆ รูปคลื่นเป็น sine wave ในบางกรณี รูปคลื่นอาจเป็นสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยม

ประโยชน์ของไฟฟ้ากระแสสลับ (AC)

(1) ใช้กับระบบแสงสว่างได้ดี

(2) ประหยัดค่าใช้จ่าย และผลิตได้ง่าย

(3) ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องการกำลังมาก ๆ

(4) ใช้กับเครื่องเชื่อม

(5) ใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ไฟฟ้าได้เกือบทุกชนิด

ไฟฟ้ากระแสสลับ หรือ "AC (Alternating Current)"

2. ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ “DC (Direct Current)” เป็นไฟฟ้ากระแสที่มีทิศทางการเคลื่อนที่ของกระแสไฟฟ้าไปในทิศทางเดียวกันเป็นวงจร

อุปกรณ์ที่สามารถผลิตไฟฟ้ากระแสตรงได้ เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ แบตเตอรี่ ทั้งชนิดประจุไฟฟ้าใหม่ได้และชนิดใช้แล้วทิ้ง และเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรง (เครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับที่ติดตั้งหม้อแปลงให้เป็นกระแสตรงก็ได้เช่นเดียวกัน)

ประโยชน์ของไฟฟ้ากระแสตรง (DC)

(1) ใช้ในการชุบโลหะต่าง ๆ

(2) ใช้ในการทดลองทางเคมี

(3) ใช้เชื่อมโลหะและตัดแผ่นเหล็ก

(4) ทำให้เหล็กมีอำนาจแม่เหล็ก

(5) ใช้ในการประจุกระแสไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่

(6) ใช้ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์

(7) ใช้เป็นไฟฟ้าเดินทาง เช่น ไฟฉาย

ซึ่งจะเห็นว่าไฟฟ้าทั้ง 2 รูปแบบ ต่างก็มีประโยชน์ในการใช้งานที่ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการนำไปใช้ในด้านไหน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานกับระบบไฟฟ้า คือ การสวมใส่อุปกรณ์เซฟตี้ที่ช่วยป้องกันอัตรายที่อาจจะเกิดขึ้นขณะที่เราทำงาน เช่น ถุงมือหนัง, ถุงมือยางกันไฟฟ้า, อุปกรณ์วัดไฟ, ชุดป้องกันไฟฟ้า หรือชุดป้องกันความร้อนจากการระเบิด (Arc Flash Suit) เป็นต้น

 

ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ "DC (Direct Current)"

จัดทำโดย บริษัท อัลติเมท พลัส ซัพพลาย จำกัด
www.ultimateplusonline.com